บาคาร่า

บาคาร่า

สมัคร บาคาร่า และสูตรบาคาร่า แม่นยำ 100% ใน UFABET

วันนี้เราจะมาแจก สูตรบาคาร่า ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกบ่อน ทุกคาสิโน ไม่ว่าจะเล่นแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ ก็สามารถใช้ได้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มอัตรการชนะที่ดีที่สุด โดยความเข้าใจขั้นพื้นฐานและอัตราการได้เปรียบเสียเปรียบของแต่ละฝั่งการเดิมพัน ทำให้เราสามารถปรับสูตรนี้ใช้ได้ตลอดเวลาในการเดิมพัน

วันนี้เรานำตารางสูตรบาคาร่าใหม่ล่าสุด มาให้ทราบกัน จากกติกา จำนวนไพ่ การแจกไพ่ จำนวนไพ่ที่ใช้เล่น ลำดับการลุ้น ซึ่งในแต่ละการเดิมพันนั้น คนที่อ่านและเข้าใจเทคนิคของเราแล้วจะมีโอกาสเดิมพันชนะสูงขึ้น อาจจะไม่ 100% แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง ก่อนจะเข้าไปดูว่า สูตรบาคาร่า นั้น ต้องเข้าไปศึกษากติกาเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อจะเข้าใจว่าแต่ละ ตารางสูตร นั้น มีเทคนิคและวิธีวิเคราะห์อย่างไร

กติกาการเล่นบาคาร่า บาคาร่า เบื้องต้น

บาคาร่าหรือเสือมังกร เป็นการพนันคล้ายๆป๊อกเด้งโดย ใช้ไพ่ 8 สำรับสลับปนกันแล้วค่อยๆ แจกไพ่ โดยจะมีสองฝั่งคือ BANKER เจ้ามือ (สีแดง) และ PLAYER ผู้เล่น (สีน้ำเงิน) ฝั่งละ 2 ใบ และเรียกเพิ่ม 1 ใบหากแต้มไม่ถึงกำหนด โดยแต่ละรอบจะต้องจั่วไพ่ทิ้ง 1 ใบ ก่อนที่จะเริ่มการเล่นรอบต่อไป

PLAYER (ผู้เล่น) จะต้องจั่วตอนไหน

เรามาเริ่มจากฝั่ง PLAYER (ผู้เล่น) ก่อน หากฝั่งผู้เล่นแต้มต่ำกว่า 6 จะต้องจั่วเพิ่มทันที 1 ใบ และถ้าจั่วเพิ่มแล้วแพ้เจ้ามือ ก็จะแพ้ในทันทีโดยที่เจ้ามือไม่ต้องจั่วเพิ่ม แต่ในทางกลับกันหากผู้เล่นจั่วแล้วได้ 8 หรือ 9 แล้วแต้มมากกว่าเจ้ามือก็จะชนะไปในทันทีเช่นกัน

BANKER (เจ้ามือ) จะต้องจั่วตอนไหน

ในฝั่งของ BANKER (เจ้ามือ) ถ้าได้ต่ำกว่า 2 แต้ม จะต้องจั่วเพิ่มทันที และรอลุ้นแต้มผลรวมของฝั่งผู้เล่น ถ้าผู้เล่นได้แต้มมากกว่าเจ้ามือแต่ไม่ถึง 8 แต้ม เจ้ามือจะสามารถจั่วเพิ่มเพื่อสู้ได้ แต่หากผู้เล่นได้ 8 หรือ 9 แต้มก็จะชนะเจ้ามือไปในทันทีเช่นกัน

จากกติกาข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งฝั่งผู้เล่น และเจ้ามือจะมีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบกันเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนในเรื่องการนับไพ่นั้น จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่จะต้องมีการทิ้งไพ่โดยไม่ให้เห็นว่าไพ่ที่ทิ้งคือไพ่อะไร แต่การเล่นครั้งหนึ่งนั้นจะต้องใช้ไพ่ 4-6 ใบ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องมีการจั่วจึงคิดเฉลี่ยง่ายๆว่าตาละ 5 ใบแล้วทิ้ง 1 ใบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 20%


สูตรบาคาร่าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1.สูตร บาคาร่า กฎแรงดึงดูด

วิธีนี้จะสามารถใช้ได้ต่อเมื่อเกมเริ่มไปแล้วอย่างน้อย 10 เกม และมีอัตราการเดิมพันของทั้งฝั่ง BANKER และ PLAYER ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กฎแรงดึงดูด นี้มีหลักการง่ายๆ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างจะหมุนเข้ามาที่จุดศูนย์กลาง ในความหมายของการเล่นบาคาร่านี้คืออัตราการชนะของทั้งสองฝั่งที่จริงแล้วควรจะเท่ากัน

วิเคราะห์อัตราการชนะของทั้งสองฝั่งที่ผ่านมา

เมื่อไรควร แทงไพ่เสมอ : จริงๆแล้วทุกคนทราบดีว่าอัตราการจ่ายเงินของไพ่เสมอคือ 1 ต่อ 8 นั่นสามารถตีความอย่างง่ายได้ว่า เมื่อเล่นไป 8 ตา มักจะออกเสมอ 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อเราดูสถิติย้อนหลังไป 8 เกมส์ หากยังไม่มีการออกเสมอนั้นเราสามารถเดิมพันได้ ซึ่งจะมีโอกาสสูงมากที่จะชนะเดิมพันและได้รางวัลสูง

เมื่อไรควร แทงฝั่ง BANKER (เจ้ามือ) : หากจะใช้วิธีนี้ในการวิเคราะห์นั้น ใช้ได้อย่างง่ายดาย เทคนิคคือ ให้สังเกตเกมที่ผ่านมาหากมีจำนวนที่ฝั่ง BANKER ชนะน้อยกว่าหลายเกมส์ เราก็เดิมพันไปที่ฝั่งผู้เล่น โดยใช้กฎจุดศูนย์กลาง หรือหลักสถิติได้เลย ดูง่ายๆคือฝั่งไหนชนะน้อยกว่าแทงฝั่งนั้น

เมื่อไรควร แทงฝั่ง PLAYER (ผู้เล่น) : เช่นเดียวกันกับการแทงฝั่ง BANKER หากเราจะแทงฝั่ง PLAYER (ผู้เล่น)นั้น ก็ดูจากสถิติการชนะของฝั่งผู้เล่น หากมีเกมส์ที่ชนะน้อยกว่าฝั่งเจ้ามือหลายเกมส์ เราควรเดิมพันไปที่ฝั่งผู้เล่น ซึ่งโอกาสในการชนะก็จะมากกว่าฝั่งที่มีอัตราชนะสูงกว่าแน่นอน

ข้อดี : สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและง่าย ใช้เวลาไม่มากและใช้ข้อมูลย้อนหลังไม่กี่รอบเดิมพัน สามารถใช้วิเคราะห์ประกอบกับสูตรอื่นๆได้
ข้อเสีย : หากใช้สูตรนี้จะต้องมีอัตราการชนะของทั้งสองฝั่งที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ซึ่งการจะมีเหตุการณ์แบบนี้อาจจะไม่บ่อยนัก

2.สูตร บาคาร่า ช้า แต่ ชัวร์

วิธีนี้สามารถใช้ได้ขณะที่เกมส์เริ่มไปแล้วประมาณ 35 เกม เนื่องจากไพ่ที่ใช้เดิมพันบาคาร่ามใช้ 6-8 สำรับๆละ 52 ใบ รวมเป็นไม่เกิน 406 ใบ แต่ละเกมจะใช้ไพ่ประมาณ 5 ใบ บวกกับอีก 1 ใบที่จะต้องทิ้งไปเป็น 6 ใบ การเล่นไป 35 เกม จะใช้เฉลี่ย 210 ใบ ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินครึ่งของไพ่ที่ใช้เล่น ซึ่งเราจะต้องจดจำว่าไพ่กลุ่มไหนที่ยังไม่ออกมาบนโต๊ะ


วิเคราะห์กลุ่มไพ่บาคาร่าที่เหลืออยู่

เมื่อไรควร แทงไพ่คู่ : การจะดูว่าเมื่อไรควรแทงไพ่คู่นั้น ดูจากกลุ่มไพ่ที่เหลืออยู่ว่ามีไพ่กลุ่มใดที่ออกน้อยมากๆหรือยังไม่ออกเลย หรือไม่ในตานั้นๆไพ่ที่ยังไม่ออกเลยมีหลายเลขเลยเช่น ยังไม่ออกเลข 3,4,7 เลยตั้งแต่เล่นมา เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแสดงว่าโอกาสที่จะออกไพ่คู่นั้นมีมาก ให้เราค่อยๆเพิ่มการพนันในกลุ่มไพ่คู่ทั้งสองฝั่ง

เมื่อไรควร แทงฝั่ง BANKER (เจ้ามือ) : การจะดูว่าเมื่อไรจะเดิมพันฝั่งเจ้ามือ ดูได้จากหากไพ่ที่เหลืออยู่ อยู่ในกลุ่มไพ่ต่ำ A,2,3 มีจำนวนมาก นั้นแสดงว่าอัตราการเล่นส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นจะอยู่ในกลุ่มแต้มต่ำ ซึ่งเจ้ามือจะได้เปรียบในเรื่องการลุ้นไพ่ ให้เราเล่นพนันในฝั่งเจ้ามือได้เลย

เมื่อไรควร แทงฝั่ง PLAYER (ผู้เล่น) : ส่วนในฝั่งของผู้เล่นนั้น หากกลุ่มไพ่สูง 6,7,8,9 ยังเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก แสดงว่าโอกาสแต้มที่จะเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งจะอยู่ในกลุ่มสูง ฝั่งผู้เล่นหากได้แต้มสูงจะได้เปรียบในการลุ้นไพ่  เพราะหากเจ้ามือได้แต้มต่ำกว่าผู้เล่นแล้ว ต้องจั่วก็ย่อมได้แต้มที่น้อยลงเนื่องจากไพ่กลุ่มนี้จะทำให้ผลรวมแต้มลดลง ส่งผลให้โอกาสที่จะกลับมาชนะผู้เล่นนั้นมีน้อย

วิธีการแบ่งกลุ่มไพ่ บาคาร่า

  • ไพ่ที่ไม่มีแต้ม 10 , J , Q , K คือ เมื่อได้แล้วจะเท่ากับไม่ได้แต้มเลยมีค่าเป็น 0 เมื่อผลรวมกับไพ่อื่นๆเท่ากับว่ามีก็เหมือนไม่มี
  • ไพ่แต้มต่ำ คือ ไพ่ที่มีแต้ม A , 2 , 3 ผลรวมออกมาแล้วจะได้ไม่ถึง 6 ซึ่งทำให้ฝั่งผู้เล่นจะต้องจั่วเพิ่มทำให้ฝั่งเจ้ามือได้เปรียบหากไพ่ในสำรับเหลือไพ่ต่ำมากๆ
  • ไพ่แต้มกลาง คือ ไพ่ที่มีแต้ม 4 , 5 ผลรวมใบชุดนี้ค่อนข้างอันตรายเพราะถ้าจับคู่กับกลุ่ม ไพ่บอดกับไพ่สูงจะทำให้ได้แต้มน้อย
  • ไพ่แต้มสูง คือ ไพ่ที่มีแต้ม 6 , 7 , 8 , 9 ซึ่งหากได้ไพ่กลุ่มนี้คู่กับไพ่บอดหรือไพ่แต้มต่ำแล้ว ผลรวมก็จะค่อนข้างดี

สรุปแล้ว เป็นสูตรที่ทำให้ลูกค้ามีโอกาสในการชนะเดิมพันมากขึ้น หากลูกค้ามีวินัยและมีสติในการเสี่ยงโชค ลูกค้าทุกท่านจะสามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน สมัครกับเราวันนี้ รับทันโบนัส 50% ฟรี